5 จุดได้เปรียบของโฆษณา Google ที่มีมากกว่า Facebook

Slide1
Blog / GoogleAds

5 จุดได้เปรียบของโฆษณา Google ที่มีมากกว่า Facebook

ด้วยความนิยมของยิงโฆษณา.o Facebook และ Instagram ที่ร้อนแรงมากๆในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายๆธุรกิจรวมถึงพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เลือกที่จะใช้ Facebook ads เป็นช่องทางแรกๆในการทำโฆษณา ถือเป็นสื่อออนไลน์ที่เติบโตเร็วมากๆในประเทศไทย

และถ้าพูดกันตรงๆเมื่อนำเอาโฆษณา Facebook ไปเปรียบเทียบกับการทำโฆษณาใน Google Ads แล้วการทำโฆษณาใน Google ก็ดูจะยากและวุ่นวายกว่าสำหรับมือใหม่ อย่างใน Facebook แค่กดเพียงแค่ไม่กี่ปุ่ม คุณก็สามารถปล่อยโฆษณาตัวแรกออกมาได้แล้ว ต่อให้คุณไม่เคยทำโฆษณามาก่อน คุณก็สามารถถูไถทดลองทำเองจนเป็นได้ไม่ยาก

แต่เมื่อมาเปรียบเทียบกับการยิงโฆษณาใน Google ด้วยเครื่องมือ Google Ads ต้องบอกว่ามีขั้นตอนที่มากกว่า สร้างแคมเปญได้ยากกว่า มีความซับซ้อนที่มากกว่า ถึงแม้ว่า Google จะพยายามมา 4-5 ปีในการทำให้มันง่ายขึ้นกว่าเดิมและพยายามออกเครื่องมือสร้างโฆษณาตัวใหม่ๆสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานเลย แต่ถ้าพูดกันตรงๆการสร้างโฆษณาใน Google ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมือใหม่อยู่ดี (อย่าว่าแต่มือใหม่เลยครับ คนที่มีประสบการณ์บางคนยังสับสนเลยเวลาต้องใช้งานฟีเจอร์ลึกๆก็มีงงกันบ้าง เพราะขั้นตอนมันซับซ้อนจริง)

แต่การทำโฆษณาใน Google ก็ยังคุ้มค่าที่จะเรียนรู้

แต่ถึงกระนั้นโฆษณา Google Ads ก็ยังเป็นช่องทางที่ดีและคุ้มเงินมากๆ ในฐานะคนที่ทำโฆษณาใน Platform นี้มาเกือบ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2012) มีโอกาสได้ยิง Google Ads ให้กับลูกค้ามากมายหลายแห่ง ตั้งแต่บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ จนถึงธุรกิจท้องถิ่นขนาดเล็ก สิ่งหนึ่งที่ผมยืนยันได้คือการทำโฆษณาใน Google ยังให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าอยู่เหมือนเดิม (และมากกว่าเดิมในบางธุรกิจด้วย)

สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่เคยยิงโฆษณา Google หรือยังไม่มีความที่จะใช้ ลองอ่านบทความนี้ดูก่อน แล้วจะรู้ว่า Google Ads ยังคงเป็นอาวุธหนักที่ยังจำเป็นอยู่ในยุคปัจจุบัน ถึงแม้ว่าคุณจะทำโฆษณาใน Facebook อยู่แล้วก็ตาม เหตุผลเพราะอะไร เราไปอ่านกันด้านล่างนี้เลยครับ

จุดเด่นที่หาไม่ได้จาก Channel อื่นๆ

การยิงโฆษณาใน Platform ของ Google มีข้อดีหลายๆอย่างที่หาไม่ได้จาก Platform อื่นๆและโฆษณาใน Google ก็ยังทำให้เราได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามากๆ ผมแยกออกมาให้ดูเป็นข้อๆตามนี้ครับ

  1. โฆษณาใน Google Ads เป็นการทำโฆษณาแบบ Pull Marketing (การตลาดแบบดึง) คือการทำการตลาดที่ทำให้ลูกค้าเข้ามาหาเราเอง โฆษณาของเราจะแสดงเมื่อลูกค้าค้นหาใน Google ด้วย Keyword ที่เราได้ซื้อเอาไว้ ไม่ใช่การยิงโฆษณาเพื่อเข้าไป interrupt สร้างความรบกวนเหมือนอย่าง Facebook, Instagram จึงไม่แปลกที่โฆษณาใน Google Ads มักจะมี CTR หรืออัตราการคลิกที่สูงกว่า ลูกค้าคลิกมากกว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าโฆษณา Google จะมีอัตราคลิกเกิน 10% แต่เป็นเรื่องที่ยากมากๆสำหรับโฆษณาใน Facebook
  2. โฆษณาใน Google มีโอกาสที่จะ Convert จากผู้ชมเป็นผู้ซื้อได้มากกว่า เพราะด้วยความที่เป็นโฆษณาแบบ Pull Marketing ที่โฆษณาจะแสดงเฉพาะเมื่อลูกค้า Search ใน Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ ทำให้ลูกค้าเหล่านี้มีความต้องการในสินค้านั้นๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โฆษณา Google จึงมีโอกาสที่จะ Convert จากผู้ชมกลายเป็นผู้ซื้อได้มากกว่า ตัวอย่างเช่นคนที่ค้นหาว่าเครื่องนวดหน้าใน Google แล้วเห็นโฆษณาขายเครื่องนวดหน้าโพล่ขึ้นมา มีโอกาสที่จะสั่งซื้อได้มากกว่า คนที่กำลังเล่น Social media แล้วเห็นโฆษณาเครื่องนวดหน้าโพล่ขึ้นมาแทรกในฟีด และหลายๆเว็บไซต์พบว่าโฆษณา Google ช่วยให้มี Conversion rate หรืออัตราการขายสินค้าที่ดีกว่า (แต่ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าด้วย)
  3. โฆษณาใน Google Ads รองรับการยิงโฆษณาในหลายๆ Format ด้วยการใช้เครื่องมือตัวเดียว อย่างที่รู้กันว่าระบบนิเวศของ Google นั้นกว้างมากๆ คุณสามารถใช้เครื่องมือ Google Ads เพียงเครื่องมือเดียวในสร้างโฆษณาได้อย่างหลายหลาย Platform ไม่ว่าจะเป็น Search, Display, Gmail, Android หรือแม้แต่โฆษณา Youtube ก็สร้างจากใน Google Ads เช่นเดียวกัน การหัดใช้เพียงครั้งเดียวคุ้มค่ามากๆ เพราะเอาไปใช้ได้หลาย Platform
  4. จ่ายเฉพาะเมื่อเกิดการคลิกที่โฆษณาเท่านั้น เกือบทุกๆ Format ในโฆษณาของ Google เรามี Options ที่จะจ่ายเงินเฉพาะเมื่อลูกค้าคลิกที่โฆษณาของเราเท่านั้น (จ่ายเงินตามคลิกจริงๆที่เราได้รับ) ดังนั้นถ้าโฆษณาของเราแสดงใน Google แล้วแต่ผู้ค้นหาไม่คลิก เราก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงิน ถึงแม้ว่าโฆษณาใน Facebook จะมีรูปแบบการ Bid ที่จ่ายเป็นแบบ CPC เช่นเดียวกัน แต่สุดท้ายแล้วผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่ก็นิยมจ่ายเป็น CPM หรือจ่ายตามการแสดงผลมากกว่าอยู่ดี
  5. เมื่อค่าโฆษณาใน Facebook แพงขึ้นเรื่อยๆ การหันมายิงโฆษณาใน Google Ads ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีไม่แพ้กัน ช่วง 2-3 ปีมานี้ ถ้าเราคุยกับคนที่ทำโฆษณา Facebook หลายๆคนจะบ่นเหมือนๆกันว่าโฆษณามีราคาแพงขึ้น ใช้ Budget เท่าเดิมแต่ได้ผลลัพธ์น้อยกว่าในอดีตที่เราเคยได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะใครๆก็หันไปทำโฆษณษใน Facebook กันหมด ราคาประมูลก็สูงขึ้น แต่ผมไม่ได้หมายความว่าโฆษณาใน Google มีราคาที่ถูก เพราะใน Google เองก็มีการแข่งขันที่สูงไม่แพ้กัน แต่สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อคือถ้าคุณมีการกระจายช่องทางที่ใช้ในการทำโฆษณามากกว่า 1 ช่องทาง นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะขายได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดการพึ่งพิงช่องทางใดช่องทางหนึ่งที่มากเกินไปอีกด้วย

ทั้ง 5 ข้อนี้ก็เป็นจุดเด่นของโฆษณาใน Google Ads ที่ยากจะหาได้จาก Channel อื่นๆและนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโฆษณาใน Google จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม

ก่อนจะจบเนื้อหาในบทความนี้ ผมอยากเราต่างก็รู้กันดีว่าถ้าสามารถทำ Google Ads ในระดับ ไม่ว่าจะเป็นการวางกลยุทธ์ การวางแผน ในเชิงลึก หรือจะเป็นการค้นหา Keyword แบบลึกๆ ตั้งค่าแคมเปญแบบที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น กำหนดราคาประมูลให้ชนะคู่แข่งในราคาที่ยังประหยัดอยู่ ทั้งหมดเหล่านี้จะช่วยให้โฆษณาของเรานำผลลัพธ์ที่ดีขึ้นมาได้ เพราะถ้าทำแบบง่ายๆ ทำพื้นๆก็อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตามที่คาดหวังหรือที่แย่กว่านั้นคืออาจจะเผาเงินของเราไปจนหมดโดยที่แทบจะไม่ได้อะไรกลับมาเลยด้วยซ้ำ (เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและเกิดขึ้นบ่อยๆ)

แต่แน่นอนการยิงโฆษณาใน Google แบบลึกๆหรือทำระดับ Advanced นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมีเทคนิคและวิธีการมากมายที่มือใหม่อาจจะดูเข้าใจยาก เอาจริงๆ ถ้าจะพูดกันตรงๆแล้ว แค่การยิงโฆษณาในเลเวลพื้นฐานของ Google ก็เป็นเรื่องที่มือใหม่หลายๆคนมึนตึ้บแล้ว (แม้ว่า Google จะพยายามออกอัพเดตต่างๆนาๆมาทำให้มันง่ายขึ้นอยู่เรื่อยๆ)

แนะนำคอร์สเรียนออนไลน์ Google Ads Master Class

คอร์สเรียนออนไลน์ Google Ads ที่ครบเครื่องที่สุด สอนทำโฆษณาทุกแบบที่นิยมในจักรวาลของ Google ครบและจบภายในคอร์สเดียวไม่ว่าจะเป็น Google Search, Youtube Ad, Google Display, Gmail Ad, Google Dynamic Ads สอนใช้ฟีเจอร์เชิงลึกแบบที่บริษัทใหญ่และมีเดียเอเจนซี่ใช้งานกันจริงๆ พร้อมด้วยเทคนิคและเนื้อหาเชิงลึกที่หยิบเอาฟีเจอร์เจ๋งๆมาสอนให้ได้เรียนรู้กันแบบไม่กั๊ก สำหรับใครที่อยากทำโฆษณา Google ให้ได้เหมือนมืออาชีพจริงๆไม่ควรพลาดคอร์สนี้ แวะเข้ามาดู Outline ของคอร์สก่อนได้ว่าเนื้อหาแน่นขนาดไหนและคุณจะพบว่าคอร์สนี้ราคาคุ้มค่ามากๆ

ดูรายละเอียดของคอร์สเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Master Class