การทำ SEO ให้เว็บใหญ่ๆ ควรทำอะไรบ้าง (ตอน 2)

Slide3
Blog / SEO

การทำ SEO ให้เว็บใหญ่ๆ ควรทำอะไรบ้าง (ตอน 2)

มาต่อกันในตอนที่ 2 ของบทความชุดนี้ที่จะแนะนำให้คุณได้รู้แนวทางและกลยุทธ์ในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ใหญ่ๆ จากบทความในตอนที่หนึ่งที่ผมได้อธิบายไปแล้วว่า การทำ SEO ให้กับเว็บไซต์เล็กและเว็บไซต์ใหญ่นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพราะถึงแม้ว่าโดยวิธีการแล้วจะเป็น On-page, Off-page ที่มีกิจกรรมคล้ายๆกัน แต่การวางแผน, กลยุทธ์, การเลือก Keyword, การทำ Content และอื่นๆมีความแตกต่างกันมาก ในบทความตอนที่ 2 นี้เราจะมาดูกันต่อว่าถ้าคุณต้องไปจับโปรเจค SEO ให้กับเว็บไซต์ขนาดใหญ่ (หรือบางครั้งอาจจะเป็นธุรกิจใหญ่แต่เว็บไซต์ยังมีคนเข้าน้อยอยู่) คุณควรทำอะไรบ้าง ไปดูกันต่อเลยครับ

ต้องหลบให้เป็น ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรหลบ

            ในเนื้อหาตอนที่แล้ว ผมได้แนะนำไปว่าเว็บไซต์ใหญ่ๆ ควรเลือกชนใน Broad Keyword (Keyword ใหญ่ๆกว้างที่มีการแข่งขันสูง) ไปเลยเพราะถึงแม้บาง Keyword จะไม่ชนะ แต่อย่างน้อยก็ยังได้เข้าไปแชร์คลิกมาจากคู่แข่งบ้าง แต่นอกจากการชนแล้ว บางครั้งก็ต้องรู้จักหลบให้เป็นด้วย เพราะถึงแม้จะเป็นเว็บไซต์ขนาดใหญ่ เป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำ SEO ติดอันดับในทุกๆ Keyword เสมอไป และก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องชนในทุก Keyword เสมอไป เพราะในโลกของการทำ SEO เราจะรู้กันดีว่ามีบาง Keyword ที่เหมาะกับเว็บไซต์ประเภทหนึ่งมากกว่าอีกประเภทหนึ่ง

ถึงแม้จะเป็น Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเราก็ตามแต่ถ้าโอกาสที่ Google จะเลือกเราให้ติดอันดับน้อย เราควรลดโฟกัสใน Keyword คำนั้นลง นี่เรียกว่าการหลบ ยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณทำ SEO ให้กับเชนร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีสาขาเยอะๆ แน่นอนว่านี่ถือเป็นเว็บไซต์ของธุรกิจใหญ่ที่มี Power มากพอในการชนใน Broad Keyword แต่การเลือก Broad Keyword อย่าง “ร้านอาหารญี่ปุ่น” อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะคำค้นหานี้เป็นคำที่ Google มักจะแสดงผลลัพธ์เป็น รีวิว, แนะนำร้านอาหาร, การจัดอันดับร้าน มากกว่าที่จะแสดงเว็บไซต์ของร้านอาหารใดๆ

            ถ้าเราตะบี้ตะบันใน Keyword คำนี้ก็เหมือนกับการจีบสาวที่เค้าไม่เลือกเราแน่ๆ (นั่น! เปรียบเทียบไปอีก) ประโยชน์ของการหลบคือช่วย Save ทรัพยากรทั้งงบประมาณและเวลาที่คุณ (และทีมของคุณ) อาจจะทุ่มลงไปกับ Keyword คำนี้ก็สามารถที่จะนำไปใช้กับ Keyword อื่นๆแทนได้ และนี่คือสิ่งที่ SEO Manager ควรฝึกมากที่สุด เพราะถ้าคุณมอบหมายให้ลูกทีมสร้าง Content ที่ไม่ช่วยสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าและมีโอกาสติดอันดับ Google น้อยด้วยแล้ว การทำงานเหล่านั้นก็อาจจะเสียไปฟรีๆได้

วางแผน SEO ในโปรเจคใหญ่แตกต่างจากโปรเจคเล็ก

โปรเจค SEO ต้องมีการวางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ใน 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือนตั้ง Goal ไว้อย่างไรและจะทำอะไรเพื่อให้ไปถึง Goal ในแต่ละช่วงบ้าง แต่ถ้าเป็นการทำ SEO ให้เว็บไซต์ส่วนตัวหรือ SME ขนาดเล็ก การขาดแผนการนั้นไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายเลย คุณอาจจะไม่ต้องมีแผนแบบละเอียดแค่คิดคร่าวๆในใจก็พอ สามารถตื่นมาในตอนเช้าของแต่ละวันแล้วค่อยคิดว่า “วันนี้จะทำอะไรดี” จะทำ Content อะไร, จะปรับ Meta tag อะไร, จะปรับเว็บไซต์ส่วนไหน ผมก็ทำแบบนี้เวลาทำ SEO ในเว็บไซต์ SME คือวางแผนคร่าวๆในหัวหรือบางครั้งเขียนหลวมๆในกระดาษ

แต่ถ้าเป็นโปรเจค SEO ใหญ่ๆ คุณไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เพราะถ้าขาดการวางแผน นอกจากจะไม่รู้ Goal ไม่รู้ว่ากิจกรรมต้องทำอะไรบ้างแล้ว ทีมงานก็จะไม่มีทิศทางในการทำงานอีกด้วย ลูกค้าที่จ้างคุณก็จะฆ่าคุณตายตั้งแต่วันแรกด้วย เพราะอย่าลืมว่า SEO เป็นโปรเจคที่เกี่ยวข้องกับคนหลายฝ่ายมากๆ และทุกฝ่ายก็อยากจะรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้างในระหว่าง 6-12 เดือนนี้ แล้วทำไปเพื่ออะไร ใครต้องประสานงานกับใครในเรื่องไหนบ้าง และเขาต้องเตรียมตัวเรื่องอะไรบ้าง (เช่นต้องเตรียมแก้เว็บไซต์ส่วนไหนบ้าง ต้องปรับเนื้อหา ต้องปรับ Format อะไรบ้าง)

ไม่มีความสามารถในการสื่อสารมากพอ

            การทำโปรเจค SEO ก็เหมือนกับโปรเจคงานอื่นๆที่การสื่อสารคือหัวใจสำคัญ ผมบอกได้เลยว่าการทำโปรเจค SEO 1 ปีคุณต้องคุยกับคนเยอะมากๆ ถ้าขาดทักษะในการขาดการสื่อสาร ขาดทักษะในการอธิบายก็จะนำพามาซึ่งปัญหาระยะยาว ยกตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับตัวผมเองคือเมื่อก่อนมักจะชอบคิดไปเองว่าทุกคนจะเข้าใจสิ่งที่เรากำลังจะทำหรือสั่งให้เขาทำอยู่แล้ว คิดไปเองว่าคนผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายน่าจะเข้าใจดีอยู่แล้วว่าเราทำแต่ละงานไปเพื่ออะไร

แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย อย่าลืมว่าลูกค้าและผู้จ้างงาน SEO หลายๆคนมีงานที่ต้องทำมากมายและแม้ว่าจะเป็นทีมการตลาดก็คงไม่ได้มีเวลาไปหาข้อมูลเพื่อศึกษาอย่างละเอียดด้วยตัวเองหรอกว่า ทำไมเราถึงสั่งให้เขาทำ Sitemap คืออะไร, แล้วที่เขานั่งเขียน Meta Tag กันอยู่นี้เพื่ออะไร, เราทำ redirect ไปเพราะอะไร, เราจะใช้ Canonical ในสถานการณ์แบบไหน มีหลายคำถามที่เกิดขึ้นระหว่างทาง เป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญของผมเลยว่าเรื่องพวกนี้เป็นหน้าที่ของ PM ที่จะต้องไปอธิบายให้ชัดเจนก่อนเริ่มแต่ละกิจกรรมว่าแต่ละงานนั้นทำไปเพื่ออะไร ได้ประโยชน์อะไร ทำไมต้องทำ ทำไมถึงมีความสำคัญ กระทบอะไรบ้าง และมันจะเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

ไม่เข้าใจการกระจาย Keyword ในแนวลึกและกว้าง

            ช่วงหลังเวลาที่ผมไปบรรยาย SEO ให้กับองค์กรต่างๆฟัง ผมจะเอาเรื่องการกระจาย Keyword ในแนวลึกและกว้างไปเล่าด้วยเสมอ หลายๆคนก็จะสงสัยว่า “Keyword ในแนวลึกและกว้าง” คืออะไร จริงๆแล้วมันคือเรื่องของการวางแผน Main keyword กับ Support keyword ในการทำ SEO แบบดั่งเดิมที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้วนั่นแหละครับ เพียงแต่ผมเอามาเกาใหม่ แล้วเล่าให้มันเข้ากับรูปแบบการทำ SEO สำหรับเว็บไซต์ขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น

            อธิบายอย่างนี้ครับ Keyword ในแนวลึกคือการเลือก Keyword ที่เป็นเรื่องเดียวกันแต่มีความเฉพาะเจาะจงมากกว่า ส่วน Keyword ในแนวกว้างคือการเลือก Keyword ที่ใกล้เคียงกันแต่อาจจะเป็นคนละเรื่อง (หรือคนละหมวดหมู่) อย่างในตัวอย่างภาพด้านล่างนี้คือการกระจาย Keyword ทั้งในแนวลึกและแนวกว้าง สมมุติว่า Main Keyword คือน้ำดื่มเราสามารถกระจายตัวในแนวลึกด้วยการเลือก Keyword ที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นเช่น น้ำดื่มสิงห์, น้ำดื่มคริสตัล, นำดื่ม Sprinkle, น้ำดื่มเนสเล่ ส่วนการกระจายตัวในแนวกว้างคือ น้ำแร่, น้ำดื่มส่งถึงบ้าน

การทำ SEO สำหรับเว็บไซต์ใหญ่ๆควรมีคการกระจายตัวของ Keyword ทั้ง 2 มิติคือมีความเจาะลงไปใน Topic เรื่องใดๆเรื่องหนึ่งและมีการกระจายไปยัง Topic ในเรื่องอื่นๆที่เป็น Related topic กัน แล้วรับรองได้เลยว่าจะช่วยเพิ่ม Traffic โดยรวมให้มากยิ่งขึ้นได้แน่นอน

แนะนำคอร์สเรียนออนไลน์ Intensive SEO

            ถ้าคุณกำลังคิดอยากจะเริ่มต้นทำ SEO หรืออาจจะทำ SEO อยู่แล้วแต่ว่ายังไม่เห็นผล เว็บไซต์ยังไม่ติดอันดับที่ดี ผมเองก็เคยผ่านจุดนั้นมาก่อน จากประสบการณ์ในวงการที่ได้ทำงาน SEO มาเกือบ 10 ปี ผ่านโปรเจคเล็กใหญ่และงานยากง่ายมาหมด ผมได้รวบรวมสิ่งที่รู้และเคยทำทั้งหมดมาทำเป็นคอร์สออนไลน์นี้เพื่อเป้าหมายเดียวคือช่วยให้คุณสามารถทำ SEO จนเว็บไซต์ติดอันดับต้นๆในผลการค้นหาของ Google ได้ คอร์ส Intensive SEO ที่สอนเกี่ยวกับ SEO ได้อย่างครบถ้วนที่สุด มีครบทุกอย่างที่คุณต้องรู้ และยังมีการแชร์ประสบการณ์ที่ผมเคยทำและเคยพลาดพร้อมแผนกลยุทธ์จริงๆในการทำ SEO ถ้าคุณอยากทำ SEO ให้ติดอันดับ คุณพลาดคอร์สนี้ไม่ได้จริงๆ

            ดูรายละเอียดของคอร์สเพิ่มเติมได้ที่ Intensive SEO